เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

        วันหยุดทั้งทีมาเคลียร์ผักผลไม้เหลือ ๆ ออกจากตู้เย็นกันหน่อย นอกจากเอาไปกับข้าวแล้วลองแบ่งมาทำเครื่องดื่มผักปั่นลดพุงกันดีกว่า วันนี้ขอนำเสนอ 5 สูตรน้ำผักเพื่อสุขภาพ ใครสนใจสูตรน้ำผักปั่น สูตรน้ำผลไม้ปั่นลดความอ้วน หรือสูตรน้ำผักผลไม้ปั่นเพื่อผิวสวย เตรียมเครื่องปั่นให้พร้อม ลุย ! 

 1.น้ำตะไคร้มะนาว 
          น้ำตะไคร้ที่คุ้นเคยดื่มแล้วไม่หายง่วง ถ้าอย่างนั้นลองใส่น้ำมะนาวเพิ่มลงไปสิคะ กลายเป็นเมนูน้ำตะไคร้มะนาว สูตรจาก นิตยสาร Mother & Care ดื่มแบบอุ่น ๆ รับรองถูกใจ

ส่วนผสม น้ำตะไคร้มะนาว

          • ตะไคร้ 3-5 ต้น
          • น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
          • น้ำตาลทราย
          • น้ำมะนาว

วิธีทำน้ำตะไคร้มะนาว

          1. ล้างตะไคร้ให้สะอาด หั่นเป็นท่อน จากนั้นบุบให้แตก
          2. ตั้งน้ำพร้อมใส่ตะไคร้ที่บุบแล้วลงไปต้มจนเดือด หรี่ไฟปานกลางต้มต่อไปสักพัก ปิดไฟ
          3. กรองน้ำตะไคร้ที่ต้มแล้วด้วยผ้าขาวบาง จากนั้นจึงค่อยเติมน้ำตาลลงไปคนให้ละลาย (กะปริมาณตามความชอบ)
          4. เพิ่มรสชาติด้วยน้ำมะนาวสักนิด เพียงบีบใส่แก้วที่ตักน้ำตะไคร้เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน จะดื่มแบบร้อนหรือเย็นก็หอมสดชื่น ได้รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน อร่อยเหมือนกัน


สูตรน้ำผักเพื่อสุขภาพ



2.น้ำแตงโมปั่น

ส่วนผสมมีดังนี้
          
          • เนื้อแตงโม (แกะเมล็ดออก หั่นชิ้นเล็ก) 100 กรัม
          • น้ำเชื่อม 3 ช้อนโต๊ะ
          • เกลือป่น เล็กน้อย
          • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำแข็ง

วิธีทำ         

    ใส่เนื้อแตงโม น้ำเชื่อม เกลือป่น น้ำมะนาวและน้ำแข็งลงในเครื่องปั่น ปั่นผสมจนเนื้อเนียนละเอียด ชิมรสตามชอบ เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

น้ำแตงโม


3.น้ำเสาวรส

ส่วนผสมน้ำเสาวรส

  1. เสาวรส 5 กิโลกรัม
  2. น้ำ 2.5 ลิตร
  3. น้ำตาลทราย 600 กรัม
  4. เกลือ 10 กรัม

วิธีทำ

  1. นำเสาวรสผ่าครึ่ง ตักเอาแต่เนื้อในออกมา จะได้ประมาณ 2,600 กรัม
  2. นำเนื้อในที่ได้มายีผ่านกระชอนที่ไม่ถี่นัก จะได้น้ำเสารสประมาร 1,000 กรัม ส่วนที่ค้างบนตระแกรง จะเป็นส่วนของเมล็ดที่มีสีดำ
  3. นำน้ำเสาวรสที่ได้มาผสมน้ำ ต้มให้เดือด ต้องระวังอย่าให้ฟองล้นหม้อ เพราะส่วนของฟองจะเป็นส่วนที่มีสีส้ม ทำให้น้ำเสาวรสมีสีส้มสวย
  4. เติมน้ำตาลทรายและเกลือปรุงรส กรองด้วยผ้าขาวบาง
  5. ตั้งไฟให้เดือดอีก 1-2 นาที
  6. ปล่อยให้เย็น รับประทานได้ทันทีโดยเสริฟกับน้ำแข็ง
  7. ถ้าต้องการบรรจุขวดสามารถทำได้ตามขั้นตอนการบรรจุขวด

  • น้ำเสาวรสเมื่อตั้งทิ้งไว้จะเกิดตะกอนสีส้มนอนกัน และน้ำจะเป็นสีใส แต่ถ้าเขย่าจะกลับมาเป็นสีส้มเหมือนเดิม เนื่องจากรงควัตถุในเสาวรสเป็นชนิดไม่ละลายน้ำ
  • เสาวรสที่เก็บเกี่ยวมาแล้ว ให้ล้างเปลือกให้สะอาด (ถ้าจะให้ดีใช้น้ำผสมคลอรีนล้าง) แล้วใส่ตระกร้าโปร่งเก็บไว้ เสาวรสจะเหี่ยว เปลือกย่น แต่ไม่เสีย มีรสชาติเข้มข้น เก็บได้นานเป็นสัปดาห์
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปน้ําเสาวรส




4.น้ำฝร้่ง

ส่วนผสมมีดังนี้ 

      • ฝรั่ง 2 ลูก
      • น้ำมะนาว 1 ลูก
      • เปลือกมะนาวขูด เล็กน้อย
      • น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
      • เกลือป่น เล็กน้อย
      • สารสกัดหญ้าหวาน หรือน้ำตาลทราย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำน้ำฝรั่ง
     1. ล้างฝรั่งให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม ใส่ลงในเครื่องปั่น เติมน้ำเปล่า ปั่นจนละเอียด  
     2. กรองเอาแต่น้ำ ใส่เปลือกมะนาวขูด และบีบน้ำมะนาวลงไป เติมเกลือ น้ำผึ้ง และน้ำตาลทราย 
     3. ใส่น้ำแข็งลงในแก้ว เทน้ำฝรั่งลงไป เสร็จพร้อมเสิร์ฟ



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูป น้ำฝรั่งปั่น


5.น้ำมะเขือเทศ

ส่วนผสมมีดังนี้

     มะเขือเทศ4ลูก
     เกลือป่น
     น้ำเปล่า

วิธีทำ
   1 หั่นมะเขือเทศเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำใส่โถปั่น
   2 ใส่เกลือลงไป
   3 ใส่น้ำน้ำเปล่า ตามด้วยน้ำแข็งลงไป แล้วปั่น
   4 เทใส่แก้วพร้อมเสิร์ฟ



โอ้โห  เป็นไงกันบ้างคะกับสูตรน้ำผักผลไม้ต่างๆ หวังว่าจะถูกใจกันนะคะ ว่างๆก็ลองทำตามสูตรได้เลยรับรองอร่อยแน่นอนค่ะ
          

ความคิดเห็น

  1. ขอบคุณสำหรับความรู้ที่ให้ค่ะ

    ตอบลบ
  2. สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีลดน้ำหนักเครื่องดื่มนี้ดีมากๆเลยครับ

    ตอบลบ
  3. มีประโยชน์มากเลย

    ตอบลบ
  4. ขอบคุณ สำหรับความรู้ มีประโยชน์มากเลยคะ

    ตอบลบ
  5. อร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพและร่างกาย

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ13 สิงหาคม 2562 เวลา 04:29

    มีประโยชน์มากเลยค่ะ����

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ13 สิงหาคม 2562 เวลา 04:32

    มีประโยชน์มากค่ะ

    ตอบลบ
  8. ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ

    ตอบลบ
  9. กำลังหาเมนูคลายร้อนพอดีเลย น่าสนใจมากค่ะ

    ตอบลบ
  10. อร่อยเเละมีประโยชน์

    ตอบลบ
  11. ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ

    ตอบลบ
  12. ไม่ระบุชื่อ13 สิงหาคม 2562 เวลา 08:00

    ได้ความรู้มากๆเลยค่ะ

    ตอบลบ
  13. ไม่ระบุชื่อ13 สิงหาคม 2562 เวลา 08:04

    ไว้จะลองทำดูนะค่ะ

    ตอบลบ
  14. เรื่องดีๆ ต้องส่งต่อ

    ตอบลบ
  15. น่าทานมากๆเลยค่ะ จะลองเอาไปทำดูนะค่ะ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น